บทบรรณาธิการเดือน กันยายน 2562

เข้าสู่เดือนกันยายนกันแล้วหลายคนชอบพูดกันว่าเป็นเดือน “กั้นหยาก”หากินฝืดเคืองกันในเดือนนี้แถมยังส่งท้ายวัยเกษียณอายุราชการครบ 60 ปีของท่านอาวุโสหลายๆท่านที่ต้องถึงเวลาถอดหัวโขนออกไปดำเนินชีวิตอยู่กับลูกกับหลานที่บ้าน หลายหน่วยงานราชการคงหนีไม่พ้นการเลี้ยงอำลาแสดงมุทิตาจิตแก่ผู้ถึง วาระเกษียณที่จะหมดวาระส่งท้ายกันไปซึ่งเดือนกันยายนของทุกปี คือเดือนสุดท้ายของปีงบประมาณแผ่นดินที่ทางราชการกำหนด และวันที่ 30 กันยายน ซึ่งเป็นวันสิ้นสุดปีงบประมาณของทุกปี ก็จะเป็นกำหนดวันสิ้นสุดอายุราชการ ของข้าราชการที่มีอายุครบ 60 ปี  ที่เรียกว่า “เกษียณอายุราชการ” ซึ่งปีหนึ่งๆ ก็จะมีข้าราชการจำนวนไม่น้อย ทยอยกันเกษียณอายุราชการต่อเนื่องกันไม่ขาดสาย 

      วิถีชีวิตใหม่หลังเกษียณอายุราชการถือเป็นช่วงของการเปลี่ยนผ่านกับชีวิตใหม่ สังคมใหม่ ที่แตกต่างกับการอยู่ในราชการอย่างสิ้นเชิงที่คนวัยเกษียณจะต้องเผชิญกับความเป็นจริงของสังคมไทยในอดีตกับปัจจุบัน ก็คือ ในอดีตสังคมไทยอยู่กันแบบครอบครัวใหญ่ในบ้านหลังเดียวกัน หรืออาณาบริเวณที่ใกล้ชิดกัน ผู้สูงอายุได้ช่วยเลี้ยงดูลูกหลาน ขณะเดียวกันก็จะได้รับการดูแลจากลูกหลานเช่นเดียวกัน แต่ในปัจจุบัน โครงสร้างทางสังคมแปรเปลี่ยนไป จากที่เคยอยู่รวมกันเป็นครอบครัวใหญ่ ก็กลายเป็นอยู่แบบครอบครัวเดี่ยวต่างคนต่างอยู่กันมากขึ้น ทำให้ผู้สูงอายุส่วนใหญ่มีแนวโน้มที่จะต้องอยู่ตามลำพัง การดูแลตนเองจึงเป็นสิ่งสำคัญ ทั้งด้านการเงิน ด้านสุขภาพร่างกายและจิตใจ โดยเฉพาะการปรับตัวใช้ชีวิตประจำวัน ที่ย่อมแตกต่างจากการอยู่ในชีวิตการทำงานราชการอย่างสิ้นเชิงต้องสู้ต่อไปกับการดำรงชีวิตใหม่หลังวัยเกษียณอายุราชการ