หญิงสาววัย 34 ปี ในพื้นที่อำเภอภูซาง จังหวัดพะเยา ร้องสื่อมวลชนหวั่นเกิดความไม่ปลอดภัยกับครอบครัว เนื่องจากมีกลุ่มชายฉกรรจ์กว่า 6 คนเข้ามาทำการอ้างตัวเป็นเจ้าหน้าที่และขอพบกับสามีตนเอง โดยระบุว่ากระทำความผิดแต่ไม่มีเอกสารหรือหมายอะไรเลย ให้กลุ่มชายฉกรรจ์ดังกล่าวคุยกับผู้ใหญ่บ้านท้ายสุดหลบหนีไปซึ่งตนเองและครอบครัวเกรงจะไม่ได้รับความปลอดภัย


โดยนางสาวลลิตา แสงซ่งพงษ์พันธ์ ระบุว่า เหตุการณ์ดังกล่าวนั้นเกิดขึ้นเมื่อตอนเวลาประมาณ 17:00 น ของวันที่ 23 มีนาคม 2569 ได้มีกลุ่มชายฉกรรจ์ จำนวน 6 คน ขับรถยนต์กระบะ toyotaหมายเลขทะเบียน 3 ฒส 8070 กรุงเทพมหานคร เข้ามาภายในบ้านของตนเองซึ่งขณะนั้นตนเองอยู่บ้านกับลูกวัยขวบกว่าและลูกสาวคนโตรวมทั้งน้องสะใภ้ซึ่งเป็นผู้หญิงหมดและชายกลุ่มดังกล่าวนั้นได้เข้ามาเจรจาให้ตนเองเรียกสามีตนเองให้มาพบที่บ้านและระบุว่าสามีได้มีการกระทำความผิดแต่พอสอบถามไปก็ไม่มีหลักฐานสิ่งใดมายืนยันพร้อมกับอ้างเป็นเจ้าหน้าที่แต่ก็ไม่ได้ระบุว่ามาจากไหน ตนเองเลยโทรแจ้งผู้ใหญ่บ้านและให้กลุ่มชายดังกล่าวนั้นคุยกับผู้ใหญ่บ้านต่อมาก็ได้มีการขอเบอร์โทรศัพท์ของผู้ใหญ่บ้านไปและโทรหาผู้ใหญ่บ้านบอกว่ามีลูกบ้านได้มีการกระทำความผิด โดยผู้ใหญ่บ้านให้ไปพบที่บริเวณสนามวัวชนของหมู่บ้านและกลุ่มชายดังกล่าวก็ออกจากบ้านไปแต่ก็ไม่เดินทางไปพบผู้ใหญ่บ้าน ซึ่งตนเองเห็นว่ากลุ่มชายดังกล่าวน่าจะมาด้วยความไม่ชอบมาพากล หลังจากนั้นตนเองก็ได้ไปแจ้งให้เจ้าหน้าที่ตำรวจลงบันทึกประจำวันไว้เพื่อให้ติดตามกลุ่มชายดังกล่าวเนื่องจากตนเองและครอบครัวเกรงว่าจะเกิดความไม่ปลอดภัยหากกลุ่มชายดังกล่าวย้อนกลับมาอีกครั้ง
สัมภาษณ์นางสาวลลิตา แสงซ่งพงษ์พันธ์ อายุ 34 ปี บ้านเลขที่ 209 หมู่ 13 ตำบลสบง อำเภอภูซาง จังหวัดพะเยาโทร 080-678-6546



ขณะที่นายวรชิต เล่าพงษ์ ซึ่งเป็นสามีของนางสาวลลิตา ดังกล่าว ระบุว่า ตนเองนั้นมีอาชีพในการเลี้ยงไก่ชนและเพาะไก่ชนจำหน่าย นอกจากนั้นก็จะไปตีไก่ตามที่ต่างๆบ้าง แต่ไม่เคยได้ไปกระทำความผิดที่ไหนเลย แต่กลุ่มชายกลุ่มดังกล่าวนั้นตนเองก็ไม่ทราบว่าเป็นใครมาจากไหน ที่มาตามหาตน จึงเกิดความไม่ปลอดภัยสำหรับตนเองและครอบครัวดังนั้นจึงอยากให้หน่วยงานช่วยตรวจสอบด้วย
สัมภาษณ์…นายวรชิต เล่าพงษ์ สามีนางลลิตา



ด้านนายสมพร พึ่งวัฒนกุล ผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ 13 ตำบลสบง อำเภอภูซาง จังหวัดพะเยา ระบุว่า ในขณะที่เกิดเหตุนั้นตนเองได้เข้าทำการตรวจบ่อนไก่ร่วมกับทางจังหวัดและอำเภอ อยู่บริเวณสนามชนวัวในหมู่บ้านและได้มีลูกบ้านโทรมาหา ว่ากลุ่มชายดังกล่าวเดินทางมาที่บ้านลูกบ้านและลูกบ้านได้โทรศัพท์มาหาตนเองและให้บุคคลในกลุ่มพูดคุยบอกว่าให้ติดตามตัวนายวรชิตซึ่งเป็นสามีของนางลลิตาให้ด้วย เนื่องจากว่านายวรชิต ดังกล่าวได้มีการกระทำความผิดและตนเองได้สอบถามว่ากระทำความผิดในข้อหาใดและมีเอกสารหลักฐานหรือไม่ กลุ่มชายดังกล่าวก็ไม่ตอบเพียงแต่ว่าตนเองได้มีการปกปิดความผิดของลูกบ้านโดยระบุว่า จะมาพบตนเองที่สนามชนวัวแต่ก็ไม่ได้มา ตนเองจึงได้โทรย้อนกลับไปว่าทำไมไม่เดินทางมาหาและได้มีการพูดคุยกันว่าจะมาพบแต่ก็ไม่มาซึ่งตนเองได้ตั้งข้อสงสัยว่ากลุ่มชายดังกล่าวน่าจะมาด้วยความที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย
สัมภาษณ์…นายสมพร พึ่งวัฒนสกุล ผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ 13 ตำบลสบง อำเภอภูซาง จังหวัดพะเยา
ขณะที่ผู้สื่อข่าวได้ติดตามไปที่สถานีตำรวจภูธรภูซาง โดยเข้าสอบถามความคืบหน้าของการติดตามชายกลุ่มดังกล่าว โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจ ระบุว่า ตอนนี้ได้มีการสืบสวนพบว่าชายกลุ่มดังกล่าวนั้นไม่ได้เป็นเจ้าหน้าที่หน่วยงานของรัฐในพื้นที่จังหวัดพะเยาแต่อย่างใด แต่ไม่รู้ว่ามาจากหน่วยงานไหน ซึ่งตอนนี้ก็ได้มีการสืบสวนและติดตามอยู่ โดยล่าสุดได้นำเลขทะเบียนรถยนต์คันดังกล่าวเข้าตรวจสอบ พบว่าเป็นการสวมป้ายทะเบียนปลอม ในส่วนของเบอร์โทรศัพท์ที่ติดต่อกับผู้ใหญ่บ้าน ก็พบว่าเป็นเบอร์โทรศัพท์ของชายชาวจีน ซึ่งตรงนี้ก็อยากฝากเตือนให้พี่น้องประชาชนในพื้นที่ได้มีการระมัดระวัง โดยหน่วยคาดว่าอาจจะเป็นแก๊งตบทรัพย์ที่เข้ามากระทำการในพื้นที่ ดังนั้นหากพบเห็นสิ่งผิดปกติให้แจ้งกับทางฝ่ายปกครองและเจ้าหน้าของรัฐ เพื่อที่จดำเนินการติดตามกลุ่มบุคคลดังกล่าวต่อไป





