พรรคประชาธิปัตย์ ร่วมสมาคมคนตาบอดแห่งประเทศไทย เข้าพบ รมช.สาธารณสุข เสนอแนวทางส่งเสริมอาชีพผู้พิการทางการมองเห็น

แชร์ข่าวพะเยา

    วันที่ 4 มิถุนายน 2568 เวลา 13.00 น. ณ กระทรวงสาธารณสุข นายกานต์ ปิงเมือง ตัวแทนพรรคประชาธิปัตย์ประจำจังหวัดพะเยา และที่ปรึกษาสมาคมคนตาบอดชาวเหนือ พร้อมด้วยคณะกรรมการบริหารสมาคมคนตาบอดแห่งประเทศไทย ได้เข้าพบ นายเดชอิศม์ ขาวทอง รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข และเลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ เพื่อหารือเกี่ยวกับแนวทางการส่งเสริมอาชีพและคุณภาพชีวิตของผู้พิการทางการมองเห็นในระบบบริการสุขภาพของภาครัฐ

   การหารือครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อผลักดันนโยบายให้กระทรวงสาธารณสุขและหน่วยงานในสังกัด เปิดโอกาสให้ผู้พิการทางการมองเห็นที่ผ่านการอบรมหลักสูตรวิชาชีพนวดไทยซึ่งได้รับการรับรองจากกรมสนับสนุนบริการสุขภาพหรือสภาการแพทย์แผนไทย สามารถเข้าทำงานในสถานพยาบาลของรัฐ โดยเฉพาะโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล (รพ.สต.) ซึ่งเป็นหน่วยบริการปฐมภูมิที่อยู่ใกล้ชุมชนและสามารถเข้าถึงประชาชนได้อย่างกว้างขวาง

   นอกจากนี้ยังมีข้อเสนอสำคัญ ได้แก่     ส่งเสริมให้สถานพยาบาลภาครัฐและเอกชนจัดสรรพื้นที่จำหน่ายสินค้าและบริการให้แก่ผู้พิการทางการมองเห็นขอให้กรมสนับสนุนบริการสุขภาพจัดทำหลักสูตรกลางเพิ่มเติม เช่น การนวดบำบัด Office Syndrome, การนวดน้ำมันหอมระเหย และการนวดกีฬา (Sport Massage) เพื่อใช้ฝึกอบรมในองค์กรของคนพิการ     ผลักดันให้ร้านนวดของผู้พิการ ที่ได้รับอนุญาตสามารถเข้าสู่ระบบการเบิกจ่ายของสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.), กองทุนประกันสังคม และระบบราชการ อนุญาตให้ผู้พิการที่ถือบัตรประจำตัวคนพิการ (ท.74) เข้ารับบริการนวดในสถานพยาบาลของรัฐได้    เสนอให้ปรับหลักเกณฑ์การอบรมวิชาชีพนวดไทยโดยเพิ่มจำนวนผู้เข้าอบรมจาก 7 คน เป็นไม่เกิน 10 คนต่อรุ่น เพื่อความสมบูรณ์ของการฝึกปฏิบัติ    สนับสนุนการจัด “มหกรรมนวดไทยในคนตาบอด” ช่วงปลายปี 2568 เพื่อเป็นเวทีแสดงศักยภาพและสร้างโอกาสทางอาชีพให้แก่ผู้พิการทั่วประเทศ

   ในการนี้ นายกานต์ ปิงเมือง ได้กล่าวขอบคุณ นายสุรศักดิ์ วงศ์วนิช ผู้ช่วยเลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ และคณะทำงานรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข ที่ได้ให้การสนับสนุนและประสานงานอย่างใกล้ชิด  อาจารย์รัชฎาภรณ์ แก้วสนิท ที่ให้ความไว้วางใจเสนอชื่อให้ร่วมเป็นกรรมการด้านวิชาชีพนวดไทย และ นายเดชอิศม์ ขาวทอง รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข ที่ได้ให้การต้อนรับและรับฟังข้อเสนอด้วยความเมตตาและเปิดกว้าง    การดำเนินการในครั้งนี้ นับเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญในการยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้พิการทางการมองเห็นให้สามารถพึ่งพาตนเองได้อย่างมั่นคง ผ่านการประกอบอาชีพที่ถูกต้องตามกฎหมายและได้รับการยอมรับในระบบสุขภาพแห่งชาติ


แชร์ข่าวพะเยา