พบกุ้งก้ามแดงจำนวนมากในกว๊านพะเยา

แชร์ข่าวพะเยา

      ชาวประมงในพื้นที่รอบกว๊านพะเยาพบกุ้งก้ามแดงในแหล่งน้ำธรรมชาติ และสามารถจับได้อย่างต่อเนื่องเฉลี่ยมากกว่า 1 กิโลกรัมต่อวัน ขณะที่สำนักงานประมงจังหวัดพะเยาได้เร่งติดตามและประเมินสถานการณ์อย่างใกล้ชิด เนื่องจากมีความกังวลว่าอาจส่งผลกระทบต่อระบบนิเวศของแหล่งน้ำสำคัญของจังหวัด

นายพัชรินทร์ เทพวงศ์ ชาวประมงพื้นบ้านชุมชนถนนปราสาท ตำบลเวียง อำเภอเมือง จังหวัดพะเยา ต้องออกมาเปิดเผยว่า ในช่วงนี้ตนเองที่เป็นชาวประมงออกหาจับสัตว์น้ำบริเวณกว๊านพะเยา มาอย่างต่อเนื่องในช่วงที่ผ่านมาโดยการจะนำลอบเข้าทำการดกกุ้งฝอย แต่ปัจจุบันพบว่าจำนวนกุ้งฝอยเริ่มมีปริมาณที่ลดลง หลังส่วนใหญ่จะจับได้กุ้งก้ามแดง หรือที่เรียกว่ากุ้งเครย์ฟิชเป็นจำนวนมาก ทำให้ปริมาณกุ้งฝอยที่จับได้มีน้อยมาก โดยเฉลี่ยแล้วหลังจากที่นำลอบกุงพับจีนทำการดักกุ้งพบว่าพบกุ้งดังกล่าวเป็นจำนวนมาก ซึ่งไม่ทราบว่ากุ้งดังกล่าวจะกระทบกับสัตว์น้ำอย่างอื่นหรือไม่

       สัมภาษณ์..นายพัชรินทร์ เทพวงศ์ ประมงพื้นบ้านในพื้นที่ ตำบลเวียง อำเภอเมือง จังหวัดพะเยา.

           ขณะที่นายพิสิฐ์ ภูมิคง ประมงจังหวัดพะเยา ออกมาระบุว่า ชาวบ้านที่ใช้เครื่องมือประมงประเภทลอบพับแบบร่ม หรือที่เรียกว่า ลอบฝาชี ไซจ้อง และลอบกุ้งพับจีน ได้เผยแพร่ภาพและข้อมูลผ่านสื่อสังคมออนไลน์ ภายหลังสามารถจับกุ้งก้ามแดงได้บริเวณริมตลิ่งกว๊านพะเยา ในพื้นที่ตำบลแม่ใส อำเภอเมืองพะเยา จากการตรวจสอบของสำนักงานประมงจังหวัดพะเยา พบว่า ชาวประมงรายดังกล่าวได้วางลอบประมาณ 15–20 ลูกแบบค้างคืน เพื่อจับกุ้งฝอยตามปกติ อย่างไรก็ตาม ในช่วงเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา กลับพบกุ้งก้ามแดงติดลอบเฉลี่ยวันละ 1.5–2 กิโลกรัม หรือประมาณ 15–20 ตัวต่อกิโลกรัม โดยสามารถจำหน่ายได้ในราคากิโลกรัมละ 200–250 บาท ขณะที่ชาวประมงรายอื่นในพื้นที่พบกุ้งก้ามแดงเพียง 3–5 ตัวเท่านั้น

   สำนักงานประมงจังหวัดพะเยาระบุว่า จังหวัดพะเยามีมาตรการควบคุมการเพาะเลี้ยงกุ้งก้ามแดงอย่างต่อเนื่อง โดยคณะกรรมการประมงประจำจังหวัดได้ประกาศกำหนดเขตเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำควบคุมตั้งแต่ปี 2559 และมีการตรวจสอบฟาร์มเพาะเลี้ยงอย่างสม่ำเสมอ เพื่อให้เป็นไปตามข้อกำหนดและระเบียบที่เกี่ยวข้องอย่างเคร่งครัด

      นอกจากนี้ ยังมีการดำเนินงานตามประกาศกรมประมงเกี่ยวกับการเพาะเลี้ยงกุ้งก้ามแดงหรือกุ้งเครย์ฟิชอย่างต่อเนื่อง โดยข้อมูลตั้งแต่ปี 2559 ระบุว่ามีผู้แจ้งประกอบกิจการเพาะเลี้ยงกุ้งก้ามแดงในจังหวัดพะเยาจำนวน 550 ราย และได้ยกเลิกกิจการไปแล้ว 549 ราย ปัจจุบันคงเหลือผู้ประกอบการที่ได้รับการรับรองเพียง 1 ราย ซึ่งอยู่ภายใต้การกำกับดูแลอย่างใกล้ชิด เพื่อป้องกันการหลุดรอดสู่แหล่งน้ำธรรมชาติ

      ในเบื้องต้น สำนักงานประมงจังหวัดพะเยาคาดการณ์ว่า กุ้งก้ามแดงที่พบในกว๊านพะเยาอาจมีสาเหตุมาจากการที่ประชาชนนำสัตว์น้ำดังกล่าวมาเลี้ยงเป็นสัตว์น้ำสวยงาม ก่อนปล่อยลงสู่แหล่งน้ำธรรมชาติ ส่งผลให้สามารถแพร่กระจายและขยายพันธุ์ได้ในบางพื้นที่

       ทั้งนี้ สำนักงานประมงจังหวัดพะเยาจะเร่งดำเนินการประชาสัมพันธ์เพื่อสร้างความรู้ ความเข้าใจ และความตระหนักเกี่ยวกับผลกระทบของสัตว์น้ำต่างถิ่น พร้อมขอความร่วมมือจากประชาชน หน่วยงานภาครัฐ และภาคเอกชน ในการเฝ้าระวังและติดตามสถานการณ์อย่างต่อเนื่อง เพื่อป้องกันและลดผลกระทบต่อระบบนิเวศของกว๊านพะเยาในระยะยาว


แชร์ข่าวพะเยา